เริ่ม ถุงมือเรื่องสั้น รอบใหม่ สมัยที่ 5 ยกที่ 1 สัปดาห์ที่ 18 ครับ ^^
สืบเนื่องจาก วีคที่ผ่านมา เราได้แชมป์เรียบร้อยแล้ว ดังที่ปรากฏท้ายกระทู้เรื่องสั้นเรื่องสุดท้าย
อย่างไรก็ตาม อาจมีบางคนไม่ได้กลับเข้าไปดู ดังนั้นกรรมการจึงขอยกมาแสดง ณ ที่นี้ อีกครั้งครับ...
สรุปคะแนนการตอบถุงมือเรื่องสั้นเรื่องที่ 5 สุดท้าย และ สรุปอันดับคะแนนรวม ตัดสินแชมป์
สรุปการแข่งขันตอบถุงมือเรื่องสั้น สมัยที่ 4
แชมป์ = 1216 คะแนน = Psycho G
รองแชมป์ = 1178 คะแนน = นลินมณี
ที่ 3 = 1143 คะแนน = KTHc
รอบนี้ สมัยที่ 5 เริ่มใหม่ เคลียร์กระดานเก่า RESET = 0 คะแนน ออกสตาร์ทพร้อมกันทุกคน อีกครั้งครับ
=============================================================================
เรื่องสั้น เรื่องแรก ประเดิมเกมถุงมือเรื่องสั้นสมัยที่ 5
เป็นเรื่องที่มีลักษณะเหมือนมี "สารคดี" สอดแทรกหรือสอดไส้ เกี่ยวกับ
"นาเกลือ"
ผู้อ่านจะได้เห็นคำศัพท์แปลกๆ ที่ไม่คุ้นเคย อย่างเช่นคำว่า
"ดอกเกลือ" หรือ
"ขี้แดดนาเกลือ" เป็นต้น ซึ่งจะมีตัวละครกล่าวอธิบาย
เห็นชื่อเรื่องทีแรก กรรมการเข้าใจผิดครับ นึกว่าจะเป็นแนว "หนุ่มนาข้าว สาวนาเกลือ" อย่างที่มีในเพลงลูกทุ่งดังสมัยก่อนเสียอีก พออ่านไปๆ ไม่ใช่แฮะ ไม่มีหนุ่มนาข้าวสาวนาเกลือแบบในเพลงนั้น ( แต่ก็มีหนุ่มสาวเหมือนกันละน่าาา) ^^
เป็นวิถีชาวบ้านเฉพาะถิ่น ที่จะได้สัมผัสกันครับ ^^

......
เปลวแดดเต้นระยิบจนตาพร่า ตอนนี้อารมณ์ของมีนาขึ้นปรี๊ดมาถึงขีดสุด เธอคิดว่าเธอมีความอดทนพอสมควร แต่นี่มันเกินไป เธอรอมาสามชั่วโมงแล้วนะ มันเรื่องบ้าอะไร เบอร์ที่ให้มาเธอกดจนมือจะหงิกแล้วแต่ไม่มีคนรับสาย จนในที่สุดหญิงสาวก็เห็นรถกระบะบุโรบุทั่งวิ่งห้อมาแต่ไกล ก่อนจะชะลอความเร็วลงแล้วหยุดพร้อมกลุ่มฝุ่นฟุ้งดำขโมง สักพักภายใต้ไอหมอกฝุ่นกรุ่นเริ่มโรยตัวลงพื้นจนเห็นเค้าร่างคนเลือนลาง ชายร่างใหญ่สวมหมวกสานใบเก่า เงาหมวกบังซีกหน้าด้านหนึ่งเห็นไม่ถนัดนัก ใส่เสื้อเชิ้ตลายสก๊อต กางเกงยีนส์สีซีดมีรอยขาดหลายแห่งค่อย ๆ เปิดประตูรถเดินตรงมาที่เธอ
“ คุณมีนาใช่ไหมครับ ” เสียงห้าวทุ้มถามอย่างมีมารยาทอย่างไม่น่าเชื่อ
มีนากอดอกตาขวาง ถอนหายใจพรืดก่อนจะยกข้อมือชูนาฬิกาให้เขาดู
“ รู้ไหม ฉันยืนรอคุณมาสามชั่วโมง โทรไปก็ไม่รับ จนฉันกำลังจะตัดสินใจกลับอยู่แล้ว หากคุณไม่มาภายในครึ่งชม.นี้ ” เธอระบายความในใจให้ชายหนุ่มฟังอย่างไม่ปิดบังด้วยน้ำเสียงที่พยายามข่มอารมณ์ขุ่นมัวอย่างเต็มที่
ถ้าตาไม่ฝาด เธอเห็นแววตาสลดวูบหนึ่งปรากฏขึ้น ก่อนชายหนุ่มจะค่อย ๆ ถอดหมวกออก ค้อมหัวลงนิดนึง เอ่ยคำที่ทำให้เธอใจอ่อนยวบ
“ ขอโทษด้วยจริง ๆ นะครับ พอดีเกิดเหตุฉุกเฉิน คนงานถูกงูกัด รถคันอื่นออกไปส่งของหมด เหลือรถผมคันเดียว ตอนนั้นมันฉุกละหุกมาก ผมลืมมือถือไว้ที่บ้าน กว่าจะเสร็จเรื่องมารับคุณได้ เลย...ช้าไปหน่อย ” ปลายเสียงชายหนุ่มอ่อยลงแบบคนสำนึกผิด
เมื่อฟังที่ไปที่มาของการผิดนัด มีนาก็ไม่ใจร้ายพอที่จะตะบึงตะบอนโกรธต่อไป ถอนหายใจบอกเขาเสียงอ่อนว่า “ ช่างมันเถอะค่ะ ไหน ๆ คุณก็มาแล้ว ยังไงงานของฉันคงไม่เป็นหมัน จริงไหมคะ ” เธอระบายยิ้มอ่อนโยน ให้กำลังใจอีกฝ่าย ก่อนจะก้าวเดินไปเอื้อมมือเปิดประตูรถขึ้นนั่งเคียงข้างที่นั่งคนขับ “ เรารีบไปกันเถอะค่ะ เสียเวลามามากแล้ว ”
ตลอดทางตั้งแต่พาหนะเคลื่อนที่ออกจากที่พักผู้โดยสาร แม้จะร้อน เพราะเป็นรถกระบะเก่า ๆ ไม่มีแอร์ แต่มีนาก็เพลิดเพลินใจกับทิวทัศน์นาเกลือข้าง กองเกลือสีขาวนับไม่ถ้วนบนพื้นดินสะท้อนตัดกับสีท้องฟ้ากว้างไกลสุดลูกหูลูกตา กังหันลมฉุดระหัดวิดน้ำของนาเกลือตั้งตระหง่านท้าแดด เป็นความสวยงามอย่างไม่น่าเชื่อ ใบผ้าใบผืนบางที่รับลมนำกังหันหมุนช้า ๆ เหมือนจังหวะชีวิตของชาวนาเกลือที่ค่อย ๆ เคลื่อนไปพร้อมกับรหัสของกาลเวลา เธอตัด สินใจไม่ผิด ที่เลือกทำวิจัยก่อนจบเกี่ยวข้องกับวิถีชีวิตของชาวนาเกลือ การมาครั้งนี้เป็นการเซอร์เวย์สถานที่จริงเพื่อเก็บข้อมูลเบื้องต้น แม้จะศึกษาเรื่องทำนาเกลือมาบ้าง แต่หากบอกตามตรงแล้ว มีนาก็ยังตื่นเต้นเมื่อลงสนามจริง ทุกอย่างดูแปลกใหม่ ไม่คุ้นเคย น่าจะมีอีกหลายเรื่องที่ต้องศึกษา ทำความเข้าใจเพิ่มเติม
“ ทำไมคุณถึงสนใจเรื่องการทำนาเกลือล่ะครับ ” เสียงชายหนุ่มถามขึ้นขัดจังหวะความคิดของหญิงสาว
“ อาจเป็นเพราะตอนเด็ก ๆ ฉันเคยไปวิ่งเล่นในนาเกลือของญาติมั้งคะ เป็นความผูกพันและฝังใจในความหลัง แต่ตอนนี้ไม่มีอีกแล้ว ” ปลายเสียงแผ่วลงด้วยอารมณ์รันทดแทรกสอดเข้ามาในห้วงความคิด
การทำนาเกลือเป็นภูมิปัญญาของมนุษย์ที่มีสืบทอดมาแต่โบราณ แต่ด้วยยุคสมัยที่เปลี่ยนไป และการประสบปัญหาหลาย ๆด้าน ทำให้คนรุ่นใหม่ขาดความสนใจที่จะสืบต่อ มีชาวนาเกลือจำนวนมากที่ตัดสินใจขายที่ไปทำอาชีพอื่น..ซึ่งนั่นรวมถึงญาติของหญิงสาวด้วย
“ ปัญหาหลักของการทำนาเกลือตอนนี้คืออะไรคะ ” หญิงสาวตัดสินใจชวนชายหนุ่มคุย หาความรู้เพิ่มเติมระหว่างการเดินทาง
“ หลายอย่างครับ ทั้งความนิยมในเกลือทะเลลดลง อุตสาหกรรมหันไปซื้อเกลือสินเธาว์มากกว่า อีกทั้งการทำนาเกลือต้องใช้คนและแรงงานจำนวนมาก แต่ครั้นเมื่อขายผลผลิตแล้ว ราคาที่ได้แทบจะไม่คืนทุน อีกทั้งปัญหาราคาตกซ้ำซาก พ่อค้าคนกลางจำกัดปริมาณรับซื้อ...มันทำให้ชีวิตของชาวนาเกลืออยู่ลำบากมากขึ้นทุกที ”
“ น่าเสียดายจังเลยนะคะ ฉันว่าเกลือทะเลมีเสน่ห์กว่าเกลือสินเธาว์ที่เติมไอโอดีนทีหลัง รสชาติมันมีความเค็มละมุน ไม่เค็มด้าน ยิ่งดอกเกลือด้วยแล้ว รสไม่เค็มจัดแซมหวานนิดหน่อย ใช้เหยาะใส่ในการทำน้ำซุป รสชาติอร่อยอย่าบอกใครเชียวละค่ะ ฉันชอบกินเนื้อตุ๋นที่แม่ทำโดยใส่ดอกเกลือแทนน้ำปลา หืม...อร่อยจนบรรยายไม่ถูกเลยค่ะ ” พูดไปมีนาก็หวนนึกถึงคำข้าวและเนื้อตุ๋นอุ่นๆนิ่มๆที่เคยกินมาตั้งแต่เด็ก เป็นรสชาติซ่านในปากแต่ประทับกลางใจไม่ลืมเลือน
“ ครับ ดอกเกลือเป็นผลผลิตส่วนที่ขายได้ราคามากที่สุดแล้ว ผมก็ชอบอาหารปรุงด้วยดอกเกลือ เคยลองอมดอกเกลือไหมครับ จะออกเค็มน้อยและนุ่มกว่าเกลือธรรมดามากเลยนะครับ ยิ่งอมนาน ที่ลิ้นจะมีรสออกหวาน ๆ มานะครับ แต่เกลือนี่ถ้าอมไปแล้วจะออกเค็ม พอนานเข้าที่ลิ้นจะออก ขม ต่างกันอย่างรู้สึกได้ สมัยนี้มีขยายการใช้ประโยชน์ นำดอกเกลือไปทำเกลือสปาก็เยอะขึ้น เพราะดอกเกลือมีสรรพคุณลดผดผื่นคันได้ดี เป็นการเพิ่มช่องทางแปรรูปผลิตภัณฑ์ และหาช่องทางจำหน่ายมากขึ้น ”
“ ผมดีใจนะครับที่เห็นคนรุ่นใหม่แบบคุณสนใจมาศึกษาเรื่องวิถีชีวิต ปัญหา และแนวทางแก้ไขของชาวนาเกลือ แม้อาจจะแก้ปัญหาไม่ได้ทั้งระบบ แต่ก็ต้องยอมรับว่าผลการวิจัยศึกษาโดยคนรุ่นใหม่ก็ช่วยต่อลมหายใจของนาเกลือได้อีกเฮือกใหญ่เลยล่ะครับ...จริงสิ...จะว่าไปแล้วผมพาคุณไปพบใครคนหนึ่งดีกว่า ” ไม่พูดพร่ำทำเพลง ชายหนุ่มค่อยๆชะลอรถหักเลี้ยวทางขวาเข้าสู่เส้นทางสายใหม่ รถแล่นต่อไปไม่นานนัก ก็มาจอดหน้าบ้านไม้หลังสองชั้นหลังหนึ่ง ลักษณะดูชินตา หาได้ตามชนบททั่วไปของเมืองไทย หญิงวัยกลางคนร่างท้วม ผมดัดหยิกฝอยปอยขาวเป็นระยะแซมกระจายพัดไหวลู่ตามแรงลมเดินออกมาต้อนรับ
“ อ้าว...พ่อเอก กำลังคิดถึงอยู่เชียว ได้ข่าวว่าคนงานถูกงูกัดเป็นไงบ้าง ” น้ำเสียงเจือห่วงใยถามคนคุ้นเคย
“ ตอนนี้ปลอดภัยแล้วครับ
ป้าทองครับนี่คุณมีนา เธอเป็นนักศึกษามาหาข้อมูลเกี่ยวกับวิถีชีวิตชาวนาเกลือครับ ” เอกตอบอย่างอ่อนน้อม
“ งั้นเหรอ เอ้า..เข้ามาก่อน ดื่มน้ำดื่มท่าเสียก่อนนะ อากาศร้อน ๆ แบบนี้ คงเดินทางกันมาเหนื่อยสิท่า ” ป้าทองเอ่ยอย่างมีน้ำใจพลางตะโกนบอกเด็กในบ้านให้เอาน้ำใส่น้ำแข็งมาเสิร์ฟแขก
“ อยากจะถามเรื่องอะไรล่ะแม่หนู ” ผู้มากประสบการณ์ใช้ชีวิตเอ่ยถามผู้มาใหม่ด้วยน้ำเสียงเอ็นดู เด็กคนนี้กริยาท่าทางดูน่ารัก วัยคงไล่เลี่ยไม่ต่างจากลูกสาวคนเล็กของเธอเท่าไหร่
สาวน้อยอึกอัก ทำท่าลังเล เหมือนไม่ได้เตรียมตัวเตรียมใจมาก่อน ป้าทองเห็นก็พอเดาออก หัวเราะหึ ๆ แล้วบอกว่า “ เอางี้แล้วกัน ป้าจะพูดจะเล่าไปเรื่อย ๆ หากมีข้อมูลตรงไหนหนูคิดว่าน่าจะใช้ประโยชน์ได้ก็จดไปนะ ”
ป้าทองเว้นวรรคนิดนึง มองไปที่คนทั้งคู่ซึ่งกำลังตั้งหน้าตั้งตาฟังเรื่องราวอยู่ จึงพูดต่อด้วยความอิ่มใจ
“ ดีจังที่มีคนรุ่นใหม่สนใจเรื่องนาเกลือ ก่อนนี้มีงานวิจัยเรื่อง
ขี้แดดนาเกลือต่อยอดจากความสังเกต และภูมิปัญญาชาวบ้าน จนทำให้ขี้แดดนาเกลือที่เคยเป็นภาระ เป็นปัญหา กลับกลายเป็นของมีค่าขึ้นมาในทันใด ”
“ ขี้แดดนาเกลือคืออะไรคะ ” มีนาเอ่ยถามอย่างสงสัย
“ ขี้แดดนาเกลือ ก็คือสาหร่าย ตะไคร่น้ำและจุลินทรีย์เล็ก ๆ ลอยมากับน้ำทะเลปนมากับน้ำเกลือดิบที่สูบมาจากทะเล ระหว่างเดือน พย.ถึง เมย. พระอาทิตย์จะเปล่งแสงแดดแผดเผาจนเกิดการตกผลึกของเกลือ ซึ่งอันนี้แหละที่เราจะเก็บเกี่ยวได้ หลังจากนั้นก็เป็นช่วงพักท้องนา ฝนก็จะตกตามฤดูฝน เปิดโอกาสให้สาหร่ายเจริญเติบโตในพื้นที่ พอฝนหยุด สาหร่ายนี้ก็จะแตกแห้งเป็นแผ่นๆ ชาวนาเกลือจำเป็นต้องลอกหน้าดินทิ้งใหม่หมด ไม่อย่างนั้น การทำนาเกลือครั้งต่อไปจะได้เกลือที่ไม่มีคุณภาพ ” ป้าทองหยุดเล่าขยับตัวเอื้อมไปเปิดพัดลมเบอร์แรงขึ้น สู้กับอากาศที่ร้อนระอุยามบ่ายก่อนเล่าต่อ
“ทีนี้มีนักศึกษาทำวิจัย ซึ่งก็เป็นคนในพื้นที่ด้วย สังเกตพบอะไรบางอย่าง จึงส่งเด็ก ๆ ในเครือข่ายยุวเกษตรกร ไปตามผืนนาของชาวบ้านตั้งแต่เช้า เก็บข้อมูลขี้แดดนาเกลือ พอเอาขี้แดดนาเกลือไปวิเคราะห์ทางเคมี พบว่า พบว่าอะไรนะ แป๊บนึงป้าจดไว้แล้วแต่ลืม ” ป้าทองลุกขึ้นหยิบแว่นตามาสวม หยิบสมุดบันทึกเล่มเก่า ปกซีดมีรอยแหว่งวิ่น มาเปิดแล้วอ่านให้สองหนุ่มสาวฟัง
“ ในนั้น มีธาตุโพแทสเซียม 2 เปอร์เซ็นต์ ธาตุฟอสฟอรัส 0.13 เปอร์เซ็นต์ ธาตุเหล่านี้ เป็นสารอาหารที่ต้นไม้และพืชผลทางการเกษตรต้องการ จากนั้นนักศึกษาเอาขี้แดดนาเกลือไปให้ ครูภูมิปัญญาไทย ด้านเกษตรกรรม เอาไปใส่ในสวนส้มโอ ปรากฏว่า...ส้มโอผลสวยใหญ่ มีรสหวาน ได้รับรางวัลชนะเลิศระดับประเทศ พอนักข่าวไปสัมภาษณ์ อาจารย์บอกเคล็ดลับ เท่านั้นแหละแตกตื่นฮือฮา มีแต่คนถามว่า ขี้แดดนาเกลือคืออะไร ” ป้าทองเว้นจังหวะหยิบแก้วน้ำที่น้ำแข็งละลายหมดแล้วมาจิบแก้กระหายก่อนเล่าต่อ
“ ตั้งแต่วันนั้น โอ๊ย...ชาวนาเกลือแถวนี้วิ่งวุ่นขายของแทบไม่หวาดไม่ไหว มีแต่คนถามหา โทรทัศน์เกือบทุกช่องก็มาถ่ายทำ พลิกของไม่มีค่าให้กลายเป็นทองในพริบตา หึ หึ ” ป้าทองเล่าถึงความหลังด้วยความภูมิใจ
“ ไม่น่าเชื่อเลยนะคะ ความรู้ต่อยอดภูมิปัญญาชาวบ้านสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้จริงๆ ” มีนาตาโต เอ่ยอย่างชื่นชมกับข้อมูลใหม่ที่ได้รับด้วยความอิ่มใจ การศึกษาไม่ใช่สิ่งสูญเปล่า...
( มีต่ออีกนิดครับ ) ^^
🌞👧🏻THE GLOVES 2020 ถุงมือเรื่องสั้น#67 Week#18, 26-31 ตุลาคม/ สาวนักศึกษากับหนุ่มนาเกลือ-ถุงมือแดดหน้าหนาว👦🏻🌞
สืบเนื่องจาก วีคที่ผ่านมา เราได้แชมป์เรียบร้อยแล้ว ดังที่ปรากฏท้ายกระทู้เรื่องสั้นเรื่องสุดท้าย
อย่างไรก็ตาม อาจมีบางคนไม่ได้กลับเข้าไปดู ดังนั้นกรรมการจึงขอยกมาแสดง ณ ที่นี้ อีกครั้งครับ...
สรุปคะแนนการตอบถุงมือเรื่องสั้นเรื่องที่ 5 สุดท้าย และ สรุปอันดับคะแนนรวม ตัดสินแชมป์
สรุปการแข่งขันตอบถุงมือเรื่องสั้น สมัยที่ 4
แชมป์ = 1216 คะแนน = Psycho G
รองแชมป์ = 1178 คะแนน = นลินมณี
ที่ 3 = 1143 คะแนน = KTHc
รอบนี้ สมัยที่ 5 เริ่มใหม่ เคลียร์กระดานเก่า RESET = 0 คะแนน ออกสตาร์ทพร้อมกันทุกคน อีกครั้งครับ
=============================================================================
เรื่องสั้น เรื่องแรก ประเดิมเกมถุงมือเรื่องสั้นสมัยที่ 5
เป็นเรื่องที่มีลักษณะเหมือนมี "สารคดี" สอดแทรกหรือสอดไส้ เกี่ยวกับ "นาเกลือ"
ผู้อ่านจะได้เห็นคำศัพท์แปลกๆ ที่ไม่คุ้นเคย อย่างเช่นคำว่า "ดอกเกลือ" หรือ "ขี้แดดนาเกลือ" เป็นต้น ซึ่งจะมีตัวละครกล่าวอธิบาย
เห็นชื่อเรื่องทีแรก กรรมการเข้าใจผิดครับ นึกว่าจะเป็นแนว "หนุ่มนาข้าว สาวนาเกลือ" อย่างที่มีในเพลงลูกทุ่งดังสมัยก่อนเสียอีก พออ่านไปๆ ไม่ใช่แฮะ ไม่มีหนุ่มนาข้าวสาวนาเกลือแบบในเพลงนั้น ( แต่ก็มีหนุ่มสาวเหมือนกันละน่าาา) ^^
เป็นวิถีชาวบ้านเฉพาะถิ่น ที่จะได้สัมผัสกันครับ ^^
“ คุณมีนาใช่ไหมครับ ” เสียงห้าวทุ้มถามอย่างมีมารยาทอย่างไม่น่าเชื่อ
มีนากอดอกตาขวาง ถอนหายใจพรืดก่อนจะยกข้อมือชูนาฬิกาให้เขาดู
“ รู้ไหม ฉันยืนรอคุณมาสามชั่วโมง โทรไปก็ไม่รับ จนฉันกำลังจะตัดสินใจกลับอยู่แล้ว หากคุณไม่มาภายในครึ่งชม.นี้ ” เธอระบายความในใจให้ชายหนุ่มฟังอย่างไม่ปิดบังด้วยน้ำเสียงที่พยายามข่มอารมณ์ขุ่นมัวอย่างเต็มที่
ถ้าตาไม่ฝาด เธอเห็นแววตาสลดวูบหนึ่งปรากฏขึ้น ก่อนชายหนุ่มจะค่อย ๆ ถอดหมวกออก ค้อมหัวลงนิดนึง เอ่ยคำที่ทำให้เธอใจอ่อนยวบ
“ ขอโทษด้วยจริง ๆ นะครับ พอดีเกิดเหตุฉุกเฉิน คนงานถูกงูกัด รถคันอื่นออกไปส่งของหมด เหลือรถผมคันเดียว ตอนนั้นมันฉุกละหุกมาก ผมลืมมือถือไว้ที่บ้าน กว่าจะเสร็จเรื่องมารับคุณได้ เลย...ช้าไปหน่อย ” ปลายเสียงชายหนุ่มอ่อยลงแบบคนสำนึกผิด
เมื่อฟังที่ไปที่มาของการผิดนัด มีนาก็ไม่ใจร้ายพอที่จะตะบึงตะบอนโกรธต่อไป ถอนหายใจบอกเขาเสียงอ่อนว่า “ ช่างมันเถอะค่ะ ไหน ๆ คุณก็มาแล้ว ยังไงงานของฉันคงไม่เป็นหมัน จริงไหมคะ ” เธอระบายยิ้มอ่อนโยน ให้กำลังใจอีกฝ่าย ก่อนจะก้าวเดินไปเอื้อมมือเปิดประตูรถขึ้นนั่งเคียงข้างที่นั่งคนขับ “ เรารีบไปกันเถอะค่ะ เสียเวลามามากแล้ว ”
ตลอดทางตั้งแต่พาหนะเคลื่อนที่ออกจากที่พักผู้โดยสาร แม้จะร้อน เพราะเป็นรถกระบะเก่า ๆ ไม่มีแอร์ แต่มีนาก็เพลิดเพลินใจกับทิวทัศน์นาเกลือข้าง กองเกลือสีขาวนับไม่ถ้วนบนพื้นดินสะท้อนตัดกับสีท้องฟ้ากว้างไกลสุดลูกหูลูกตา กังหันลมฉุดระหัดวิดน้ำของนาเกลือตั้งตระหง่านท้าแดด เป็นความสวยงามอย่างไม่น่าเชื่อ ใบผ้าใบผืนบางที่รับลมนำกังหันหมุนช้า ๆ เหมือนจังหวะชีวิตของชาวนาเกลือที่ค่อย ๆ เคลื่อนไปพร้อมกับรหัสของกาลเวลา เธอตัด สินใจไม่ผิด ที่เลือกทำวิจัยก่อนจบเกี่ยวข้องกับวิถีชีวิตของชาวนาเกลือ การมาครั้งนี้เป็นการเซอร์เวย์สถานที่จริงเพื่อเก็บข้อมูลเบื้องต้น แม้จะศึกษาเรื่องทำนาเกลือมาบ้าง แต่หากบอกตามตรงแล้ว มีนาก็ยังตื่นเต้นเมื่อลงสนามจริง ทุกอย่างดูแปลกใหม่ ไม่คุ้นเคย น่าจะมีอีกหลายเรื่องที่ต้องศึกษา ทำความเข้าใจเพิ่มเติม
“ ทำไมคุณถึงสนใจเรื่องการทำนาเกลือล่ะครับ ” เสียงชายหนุ่มถามขึ้นขัดจังหวะความคิดของหญิงสาว
“ อาจเป็นเพราะตอนเด็ก ๆ ฉันเคยไปวิ่งเล่นในนาเกลือของญาติมั้งคะ เป็นความผูกพันและฝังใจในความหลัง แต่ตอนนี้ไม่มีอีกแล้ว ” ปลายเสียงแผ่วลงด้วยอารมณ์รันทดแทรกสอดเข้ามาในห้วงความคิด
การทำนาเกลือเป็นภูมิปัญญาของมนุษย์ที่มีสืบทอดมาแต่โบราณ แต่ด้วยยุคสมัยที่เปลี่ยนไป และการประสบปัญหาหลาย ๆด้าน ทำให้คนรุ่นใหม่ขาดความสนใจที่จะสืบต่อ มีชาวนาเกลือจำนวนมากที่ตัดสินใจขายที่ไปทำอาชีพอื่น..ซึ่งนั่นรวมถึงญาติของหญิงสาวด้วย
“ ปัญหาหลักของการทำนาเกลือตอนนี้คืออะไรคะ ” หญิงสาวตัดสินใจชวนชายหนุ่มคุย หาความรู้เพิ่มเติมระหว่างการเดินทาง
“ หลายอย่างครับ ทั้งความนิยมในเกลือทะเลลดลง อุตสาหกรรมหันไปซื้อเกลือสินเธาว์มากกว่า อีกทั้งการทำนาเกลือต้องใช้คนและแรงงานจำนวนมาก แต่ครั้นเมื่อขายผลผลิตแล้ว ราคาที่ได้แทบจะไม่คืนทุน อีกทั้งปัญหาราคาตกซ้ำซาก พ่อค้าคนกลางจำกัดปริมาณรับซื้อ...มันทำให้ชีวิตของชาวนาเกลืออยู่ลำบากมากขึ้นทุกที ”
“ น่าเสียดายจังเลยนะคะ ฉันว่าเกลือทะเลมีเสน่ห์กว่าเกลือสินเธาว์ที่เติมไอโอดีนทีหลัง รสชาติมันมีความเค็มละมุน ไม่เค็มด้าน ยิ่งดอกเกลือด้วยแล้ว รสไม่เค็มจัดแซมหวานนิดหน่อย ใช้เหยาะใส่ในการทำน้ำซุป รสชาติอร่อยอย่าบอกใครเชียวละค่ะ ฉันชอบกินเนื้อตุ๋นที่แม่ทำโดยใส่ดอกเกลือแทนน้ำปลา หืม...อร่อยจนบรรยายไม่ถูกเลยค่ะ ” พูดไปมีนาก็หวนนึกถึงคำข้าวและเนื้อตุ๋นอุ่นๆนิ่มๆที่เคยกินมาตั้งแต่เด็ก เป็นรสชาติซ่านในปากแต่ประทับกลางใจไม่ลืมเลือน
“ ครับ ดอกเกลือเป็นผลผลิตส่วนที่ขายได้ราคามากที่สุดแล้ว ผมก็ชอบอาหารปรุงด้วยดอกเกลือ เคยลองอมดอกเกลือไหมครับ จะออกเค็มน้อยและนุ่มกว่าเกลือธรรมดามากเลยนะครับ ยิ่งอมนาน ที่ลิ้นจะมีรสออกหวาน ๆ มานะครับ แต่เกลือนี่ถ้าอมไปแล้วจะออกเค็ม พอนานเข้าที่ลิ้นจะออก ขม ต่างกันอย่างรู้สึกได้ สมัยนี้มีขยายการใช้ประโยชน์ นำดอกเกลือไปทำเกลือสปาก็เยอะขึ้น เพราะดอกเกลือมีสรรพคุณลดผดผื่นคันได้ดี เป็นการเพิ่มช่องทางแปรรูปผลิตภัณฑ์ และหาช่องทางจำหน่ายมากขึ้น ”
“ ผมดีใจนะครับที่เห็นคนรุ่นใหม่แบบคุณสนใจมาศึกษาเรื่องวิถีชีวิต ปัญหา และแนวทางแก้ไขของชาวนาเกลือ แม้อาจจะแก้ปัญหาไม่ได้ทั้งระบบ แต่ก็ต้องยอมรับว่าผลการวิจัยศึกษาโดยคนรุ่นใหม่ก็ช่วยต่อลมหายใจของนาเกลือได้อีกเฮือกใหญ่เลยล่ะครับ...จริงสิ...จะว่าไปแล้วผมพาคุณไปพบใครคนหนึ่งดีกว่า ” ไม่พูดพร่ำทำเพลง ชายหนุ่มค่อยๆชะลอรถหักเลี้ยวทางขวาเข้าสู่เส้นทางสายใหม่ รถแล่นต่อไปไม่นานนัก ก็มาจอดหน้าบ้านไม้หลังสองชั้นหลังหนึ่ง ลักษณะดูชินตา หาได้ตามชนบททั่วไปของเมืองไทย หญิงวัยกลางคนร่างท้วม ผมดัดหยิกฝอยปอยขาวเป็นระยะแซมกระจายพัดไหวลู่ตามแรงลมเดินออกมาต้อนรับ
“ อ้าว...พ่อเอก กำลังคิดถึงอยู่เชียว ได้ข่าวว่าคนงานถูกงูกัดเป็นไงบ้าง ” น้ำเสียงเจือห่วงใยถามคนคุ้นเคย
“ ตอนนี้ปลอดภัยแล้วครับ ป้าทองครับนี่คุณมีนา เธอเป็นนักศึกษามาหาข้อมูลเกี่ยวกับวิถีชีวิตชาวนาเกลือครับ ” เอกตอบอย่างอ่อนน้อม
“ งั้นเหรอ เอ้า..เข้ามาก่อน ดื่มน้ำดื่มท่าเสียก่อนนะ อากาศร้อน ๆ แบบนี้ คงเดินทางกันมาเหนื่อยสิท่า ” ป้าทองเอ่ยอย่างมีน้ำใจพลางตะโกนบอกเด็กในบ้านให้เอาน้ำใส่น้ำแข็งมาเสิร์ฟแขก
“ อยากจะถามเรื่องอะไรล่ะแม่หนู ” ผู้มากประสบการณ์ใช้ชีวิตเอ่ยถามผู้มาใหม่ด้วยน้ำเสียงเอ็นดู เด็กคนนี้กริยาท่าทางดูน่ารัก วัยคงไล่เลี่ยไม่ต่างจากลูกสาวคนเล็กของเธอเท่าไหร่
สาวน้อยอึกอัก ทำท่าลังเล เหมือนไม่ได้เตรียมตัวเตรียมใจมาก่อน ป้าทองเห็นก็พอเดาออก หัวเราะหึ ๆ แล้วบอกว่า “ เอางี้แล้วกัน ป้าจะพูดจะเล่าไปเรื่อย ๆ หากมีข้อมูลตรงไหนหนูคิดว่าน่าจะใช้ประโยชน์ได้ก็จดไปนะ ”
ป้าทองเว้นวรรคนิดนึง มองไปที่คนทั้งคู่ซึ่งกำลังตั้งหน้าตั้งตาฟังเรื่องราวอยู่ จึงพูดต่อด้วยความอิ่มใจ
“ ดีจังที่มีคนรุ่นใหม่สนใจเรื่องนาเกลือ ก่อนนี้มีงานวิจัยเรื่องขี้แดดนาเกลือต่อยอดจากความสังเกต และภูมิปัญญาชาวบ้าน จนทำให้ขี้แดดนาเกลือที่เคยเป็นภาระ เป็นปัญหา กลับกลายเป็นของมีค่าขึ้นมาในทันใด ”
“ ขี้แดดนาเกลือคืออะไรคะ ” มีนาเอ่ยถามอย่างสงสัย
“ ขี้แดดนาเกลือ ก็คือสาหร่าย ตะไคร่น้ำและจุลินทรีย์เล็ก ๆ ลอยมากับน้ำทะเลปนมากับน้ำเกลือดิบที่สูบมาจากทะเล ระหว่างเดือน พย.ถึง เมย. พระอาทิตย์จะเปล่งแสงแดดแผดเผาจนเกิดการตกผลึกของเกลือ ซึ่งอันนี้แหละที่เราจะเก็บเกี่ยวได้ หลังจากนั้นก็เป็นช่วงพักท้องนา ฝนก็จะตกตามฤดูฝน เปิดโอกาสให้สาหร่ายเจริญเติบโตในพื้นที่ พอฝนหยุด สาหร่ายนี้ก็จะแตกแห้งเป็นแผ่นๆ ชาวนาเกลือจำเป็นต้องลอกหน้าดินทิ้งใหม่หมด ไม่อย่างนั้น การทำนาเกลือครั้งต่อไปจะได้เกลือที่ไม่มีคุณภาพ ” ป้าทองหยุดเล่าขยับตัวเอื้อมไปเปิดพัดลมเบอร์แรงขึ้น สู้กับอากาศที่ร้อนระอุยามบ่ายก่อนเล่าต่อ
“ทีนี้มีนักศึกษาทำวิจัย ซึ่งก็เป็นคนในพื้นที่ด้วย สังเกตพบอะไรบางอย่าง จึงส่งเด็ก ๆ ในเครือข่ายยุวเกษตรกร ไปตามผืนนาของชาวบ้านตั้งแต่เช้า เก็บข้อมูลขี้แดดนาเกลือ พอเอาขี้แดดนาเกลือไปวิเคราะห์ทางเคมี พบว่า พบว่าอะไรนะ แป๊บนึงป้าจดไว้แล้วแต่ลืม ” ป้าทองลุกขึ้นหยิบแว่นตามาสวม หยิบสมุดบันทึกเล่มเก่า ปกซีดมีรอยแหว่งวิ่น มาเปิดแล้วอ่านให้สองหนุ่มสาวฟัง
“ ในนั้น มีธาตุโพแทสเซียม 2 เปอร์เซ็นต์ ธาตุฟอสฟอรัส 0.13 เปอร์เซ็นต์ ธาตุเหล่านี้ เป็นสารอาหารที่ต้นไม้และพืชผลทางการเกษตรต้องการ จากนั้นนักศึกษาเอาขี้แดดนาเกลือไปให้ ครูภูมิปัญญาไทย ด้านเกษตรกรรม เอาไปใส่ในสวนส้มโอ ปรากฏว่า...ส้มโอผลสวยใหญ่ มีรสหวาน ได้รับรางวัลชนะเลิศระดับประเทศ พอนักข่าวไปสัมภาษณ์ อาจารย์บอกเคล็ดลับ เท่านั้นแหละแตกตื่นฮือฮา มีแต่คนถามว่า ขี้แดดนาเกลือคืออะไร ” ป้าทองเว้นจังหวะหยิบแก้วน้ำที่น้ำแข็งละลายหมดแล้วมาจิบแก้กระหายก่อนเล่าต่อ
“ ตั้งแต่วันนั้น โอ๊ย...ชาวนาเกลือแถวนี้วิ่งวุ่นขายของแทบไม่หวาดไม่ไหว มีแต่คนถามหา โทรทัศน์เกือบทุกช่องก็มาถ่ายทำ พลิกของไม่มีค่าให้กลายเป็นทองในพริบตา หึ หึ ” ป้าทองเล่าถึงความหลังด้วยความภูมิใจ
“ ไม่น่าเชื่อเลยนะคะ ความรู้ต่อยอดภูมิปัญญาชาวบ้านสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้จริงๆ ” มีนาตาโต เอ่ยอย่างชื่นชมกับข้อมูลใหม่ที่ได้รับด้วยความอิ่มใจ การศึกษาไม่ใช่สิ่งสูญเปล่า...
( มีต่ออีกนิดครับ ) ^^